ความร่วมมือระหว่างชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา - โตนเลสาบ

 

 

ชื่อโครงการ: ความร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่างชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา   และโตนเลสาบ

 

จัดทำโดย: คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งประเทศกัมพูชา

 

สถานที่: ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (ประเทศไทย) และลุ่มน้ำโตนเลสาบ (กัมพูชา)

 

ประเด็น:  ชุมชนที่มีวิถีชีวิตตั้งอยู่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติ (เช่นเกษตร, ประมง, การท่องเที่ยว)  การจัดการน้ำท่วม, การจัดการสิ่งแวดล้อม, แนวทางบริหารจัดการ และบทบาทของสถาบันต่างๆ

 

วิสัยทัศน์: ในปี พ.ศ.2561 ทะเลสาบทั้งสองแห่งจะมีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามหลัก IWRM ที่สอดคล้องกับหลักธรรรมภิบาลที่ดี ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งของประชาชนของทั้งสองลุ่มน้ำ ในการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำและทรัพยากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์: เพื่อให้เกิดธรรมภิบาลในการจัดการทรัพยากรทะเลสาบสงขลาและโตนเลสาบ เพื่อส่งเสริมให้มีความอุดมสมบูรณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการทำมาหากินที่ยั่งยืน เป็นแรงบันดาลใจให้กับที่อื่น

 

หลักการและเหตุผล: ลุ่มน้ำทั้งสองเป็นเสมือนพื้นที่สาธิตตามธรรมชาติ ที่เอื้อต่อการทดสอบหลักการของ IWRM ทั้งในส่วนของโอกาสของการพัฒนา และปัญหาความเหมือนและความต่างของลุ่มน้ำทั้งสองทำให้สามารถนำบทเรียน ผลวิเคราะห์ มาเปรียบเทียบอ้างอิงกันได้ ซึ่งน่าจะไปสู่การสรุปบทเรียน การสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ และการแนะนำซึ่งกันและกันอย่างกว้างขวาง

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ: 

- ธรรมภิบาลที่สามารถตรวจสอบได้

- ความเข้มแข็ง ความสามารถ ของชุมชนและสถาบัน ในการสนับสนุนความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืนของลุ่มน้ำทะเลสาบ

 

ระยะเวลา: 3 ปี

 

งบประมาณ: 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ:

- ประชาชน ที่มีวิถีชีวิต ขึ้นอยู่กับทรัพยากรในลุ่มน้ำ ซึ่งรวมถึงชาวนา ชาวประมง และประชากรที่ทำงานด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนที่อาศัยหรือเกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำ

- องค์กรที่ดูแลของการประสานงานในระดับลุ่มน้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และหน่วยงานของภาครัฐ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำ

กิจกรรมภายใต้โครงการ:

ภายใต้โครงการนี้ มีการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ 3 ประเด็น ใน 3 พื้นที่ ดังนี้

1.  กลุ่มเครือข่ายสตรีชุมชนเข้มแข็ง (Community Empowerment Working Group)    

    กลุ่มเครือข่ายสตรีชุมชนเข้มแข็ง หรือศูนย์เรียนรู้โหนด-นา-เล ที่ ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยเป็นผลพวงมาจากวิกฤตทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 โดยเป็นเครื่อข่ายที่เกิดจากความร่วมมือของการรวมกลุ่มสตรี ที่มาคุยกันถึงปัญหาในครอบครัว มีสมาชิกตอนเริ่มก่อตั้งประมาณ 22 คน โดยมี นางพูนทรัพย์ ศรีชู เป็นผู้บุกเบิกแนวความคิดในการจัดการความเป็นอยู่ของคนในระแวกชุมชนให้ดีขึ้น จากการหารายได้เสริมให้กับผู้หญิง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน (หย่าร้าง) มีอาชีพทำนาปลูกข้าว ให้มีกิจกรรมทำระหว่างรอเก็บเกี่ยว โดยกิจกรรมเริ่มแรกที่เริ่มทำ คือ     การรวมกลุ่มทำดอกไม้จันทร์จากกระดาษ โดยได้ศึกษาดูงานจากพื้นที่อื่นที่มีการทำอยู่ก่อนแล้ว คือที่ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ และได้เรียกประชุมคนที่สนใจมาหัดทำโดยมีวิทยากรจากศูนย์ฝึกมาช่วยสอน หลังจากทำเป็นแล้ว จึงได้มีการระดมทุนจากสมาชิกเพื่อนำมาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมส่งเสมอาชีพอื่นๆตามมาอีกมาก เช่น

(1) กิจกรรมกลุ่มทำประมง

(2) กิจกรรมกลุ่มทำนาข้าว

(3) กิจกรรมทำสบู่จากลูกตาลโตนดสุก

(4) กิจกรรมการทำน้ำผึ้ง / น้ำผึ้งแว่น / น้ำตาลโตนดผง

(5) ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตามวิถีโหนด-นา-เล    

ฯลฯ

2.   กลุ่มการทำประมง (Fishery)      

     การศึกษาเรื่องการทำประมงในพื้นที่ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยมีผู้เกี่ยวข้องกลุ่มหลักคือ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการบ้านช่องฟืน ซึ่งเริ่มแรกเป็น  การพูดคุยหารือเพื่อหาทางฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา โดยจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน การซื้อพันธุ์น้ำมาปล่อย การทำป้ายเขตอนุรักษ์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกออมทรัพย์ประมาณ 1,300 คน และมีการแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ คือ กลุ่มประมงอาสา กลุ่มน้ำยางพารา กลุ่มแพชุมชน กลุ่มกลุ่มออมทรัพย์ผู้หญิงบ้านช่องฟืน กลุ่มเครือข่ายวิทยุเฝ้าระวังภัยพิบัติ และหลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งรับรองโดยเขตการศึกษา 2 ซึ่งจะเริ่มใช้จริงในปีการศึกษา 2550-2552  

3.  กลุ่มศึกษาการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  (Climate Change)    

    ชุมชนทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นพื้นที่ปลายน้ำที่มักประสบกับผลกระทบปัญหาน้ำท่วมอยู่เสมอในฤดูน้ำหลาก และภัยแล้งในฤดูร้อน ทำให้มีการรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อปรึกษาหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยอาศัยการจัดประชุมเพื่อให้ความรู้และวางแผนป้องกันอยู่เสมอ ทางกลุ่มมีแนวคิดที่จะเพิ่มขีดความสามารถของกลุ่ม ให้มีความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดให้มีการศึกษาการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ตำบลทะเลน้อย หมู่ที่ 1และหมู่ที่ 2 ตำบลพนางตุง หมู่ที่ 1,2 และ 13 

 

     

 

 

 

 

 

 

 

Close